กัญชาสายพันธุ์ต่างๆ

กัญชาอินดิก้าและกัญชาซาติว่าเป็นสองสายพันธุ์หลักของกัญชาที่ถูกใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังมีพันธุกรรมพื้นเมืองดั้งเดิมของทั้งสองสายพันธุ์ที่มาจากหลากหลายแห่งบนโลก นอกจากนี้ในแต่ละสายพันธุ์ยังมีสายพันธุ์อีกจำนวนมากที่แต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะองค์ประกอบสารสำคัญ (cannabinoid profile) และฤทธิ์ในการรักษาโรคที่แตกต่างกัน

เนื่องจากสายพันธุ์อินดิก้ามีคลอโรฟีลล์มากกว่าสายพันธุ์ซาติว่าจึงทำให้มันมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่า การข้ามสายพันธุ์อินดิก้ากับสายพันธุ์ซาติว่าทำให้เกิดเป็นสายพันธุ์ไฮบริด ผลที่ได้คือสายพันธุ์ไฮบริดจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอัตราส่วนของสายพันธุ์อินดิก้าและสายพันธุ์ซาติว่าในแต่ละฟีโนไทป์ซึ่งมีผลทางการแพทย์

ประโยชน์ของการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์คือบรีดเดอร์สามารถสร้างสายพันธุ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ปลูกและผู้ป่วยได้ ซึ่งในปัจจุบันสายพันธุ์ไฮบริดเป็นผู้นำในตลาด เนื่องจากสายพันธุ์ส่วนใหญ่ถูกทำการข้ามสายพันธุ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้น

 

สายพันธุ์ซาติว่า (Pure Sativa)

กัญชาซาติว่าเป็นสายพันธุ์ที่หายากในแวดวงกัญชาทางการแพทย์เนื่องจากสายพันธุ์เหล่านี้มีความท้าทายในการปลูกโดยเฉพาะการปลูกในร่มและกลางแจ้งในซีกโลกเหนือ (ประเทศแคนาดา) สายพันธุ์เหล่านี้ที่อยู่ในรูปแบบเมล็ดยังหาได้ยากอีกด้วย เนื่องจากเวนเดอร์มักจะเก็บสต็อคสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมแต่สายพันธุ์ซาติว่าเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก โดยสายพันธุ์ซาติว่าส่วนมากมาจากแถบบริเวณเส้นศูนย์สูตร (ประเทศโคลัมเบีย, เม็กซิโก และ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มีลำต้นสูงผอม ใบแคบ และมีสีเขียวอ่อน เจริญเติบโตเร็วกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อินดิก้า และมีความสูงของต้นถึง 20 ฟุตในหนึ่งฤดู ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ถึง 16 สัปดาห์กว่าจะเจริญเติบโตเต็มที่ มีรสชาติตั้งแต่รสคล้ายดินไปจนถึงรสหวานคล้ายผลไม้

ฤทธิ์ของสายพันธุ์ซาติว่ามักจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวงและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้นสายพันธุ์ซาติว่าจึงไม่ค่อยถูกเลือกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ในการรักษาโรค โดยหากสูบมากจนเกินไปจะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเวลาที่เราดื่มกาแฟมากเกินไป

ฤทธิ์ในด้านดีของสายพันธุ์ซาติว่าคือความสามารถที่ทำให้รู้สึกดีที่สามารถช่วยในเรื่องของอาการซึมเศร้า, อาการเมื่อยล้า, การกระตุ้นความอยากอาหาร, อาการเจ็บปวด และคลื่นไส้ สายพันธุ์ซาติว่ายังเป็นสายพันธุ์ที่เคยได้รับความนิยมและมีจำหน่ายในทางตอนเหนือของอเมริกาในช่วงยุค 60s และ 70s แม้ว่าสายพันธุ์ซาติว่าจะค่อนข้างหายาก แต่มันยังคงเป็นที่ต้องการของบรีดเดอร์ที่ใช้เสถียรภาพทางพันธุกรรมในการออกแบบสายพันธุ์ไฮบริดต่างๆ

 

สายพันธุ์ไฮบริดแบบซาติว่าเด่น (Hybrid Sativa Dominant)

สายพันธุ์ซาติว่าเหล่านี้ถูกทำการข้ามสายพันธุ์โดยบรีดเดอร์เพื่อให้ตรงกับความต้องการต่างๆเช่น กลิ่นหอมหรือรสชาติที่แปลกใหม่ และฤทธิ์ในการกระตุ้นที่เป็นที่รู้จักของสายพันธุ์ซาติว่า สายพันธุ์ไฮบริดเหล่านี้มักจะมีพันธุกรรมของสายพันธุ์อินดิก้าอยู่แต่ส่วนใหญ่ปรากฏพันธุกรรมของสายพันธุ์ซาติว่าโดดเด่นกว่า

สายพันธุ์ไฮบริดแบบซาติว่าเด่นเป็นที่ต้องการในฐานะยารักษาโรคที่มีคุณสมบัติในการสร้างแรงจูงใจโดยไม่ทำให้มีอาการหวาดระแวงเหมือนกับสายพันธุ์ซาติว่าบริสุทธิ์ ซึ่งสายพันธุ์ซาติว่าเด่นทำให้รู้สึกดี, กระปรี้กระเปร่า และทำให้รู้สึก high ทางสมอง เหมาะสำหรับการสูบในเวลากลางวัน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยาต้านอาการซึมเศร้าและมีการกระตุ้นความอยากอาหาร ทั้งยังมีประโยชน์มากมายที่สามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้

 

สายพันธุ์อินดิก้า (Pure Indica)

สายพันธุ์อินดิก้ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศปากีสถาน, อัฟกานิสถาน, โมร็อกโก และทิเบต มีลำต้นเตี้ยและใบกว้างที่มักจะมีสีเขียวเข้ม พร้อมทั้งมีคลอโรฟีลล์มากกว่าแต่มีรงควัตถุประกอบน้อยกว่าสายพันธุ์ซาติว่า (รงควัตถุประกอบป้องกันพืชจากแสงอาทิตย์ที่มากเกินไป) หลังจากที่เริ่มออกดอกมันจะมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ และเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกในร่มเนื่องจากลำต้นไม่สูงเท่ากับสายพันธุ์ซาติว่า ดอกมีลักษณะอวบและหนาแน่น มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายตั้งแต่รสชาติกลิ่นเหม็นฉุน ไปจนถึงรสชาติกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้

สายพันธุ์อินดิก้ามีฤทธิ์ในการต่อสู้กับอาการเจ็บปวด, ฤทธิ์ระงับประสาท และฤทธิ์ในการผ่อนคลายมากที่สุด ผู้ป่วยมักจะใช้สายพันธุ์อินดิก้าเพื่อช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับและอาการเจ็บปวดรุนแรงในช่วงท้ายของวันเนื่องจากมีฤทธิ์ที่ทำให้มึนเมาอย่างมาก คุณสมบัติในการระงับประสาทและระงับความเจ็บปวดทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้ป่วยทางการแพทย์

 

สายพันธุ์ไฮบริดแบบอินดิก้าเด่น (Hybrid Indica Dominant)

สายพันธุ์ไฮบริดแบบอินดิก้าเด่นถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดและเป็นที่ชื่นชมอย่างกว้างขวางในด้านของประโยชน์ทางการแพทย์ สายพันธุ์คุช (Kush) ถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสายพันธุ์ไฮบริดนี้และยังได้รับความนิยมมากที่สุดด้วย โดยมันมักจะมีคุณสมบัติมากมายที่ตรงกับความชื่นชอบของทั้งผู้ปลูกและผู้ป่วย เพราะฉะนั้นกัญชาทางการแพทย์ส่วนใหญ่มักจะเป็นสายพันธุ์ไฮบริดอินดิก้า นอกจากนี้ผลที่ได้จากการข้ามสายพันธุ์กับกัญชารูเดอราลิสคือระดับสาร CBD ที่สูงขึ้น ทำให้สายพันธุ์เหล่านี้มีประโยชน์ที่ช่วยในการนอนหลับสำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บ, อาการนอนไม่หลับ หรืออาการอักเสบรุนแรง

 

สายพันธุ์รูเดอราลิส (Ruderalis)

กัญชารูเดอราลิสเป็นชนิดย่อยของกัญชาเหมือนกับกัญชาอินดิก้าและกัญชาซาติว่า มีต้นกำเนิดในตอนกลางของรัสเซียและมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใคร สายพันธุ์รูเดอราลิสมีปริมาณสาร THC (tetrahydrocannabinol) เพียงเล็กน้อยและเป็นสายพันธุ์ที่แทบจะไม่มีการปลูกขึ้นเพื่อการสูบสันทนาการ

สายพันธุ์รูเดอราลิสมีสาร CBD (Cannabidiol) ในปริมาณมากที่ทำให้มันได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้สายพันธุ์รูเดอราลิสยังมีความน่าสนใจในเรื่องของการออกดอกที่ขึ้นอยู่กับอายุแทนที่จะเป็นวงจรของแสง คือการออกดอกแบบ autoflowering หมายความว่าถึงแม้ว่าจะปลูกสายพันธุ์นี้ในร่มภายแสงไฟตลอด 24 ชั่วโมงแต่มันจะออกดอกตามตารางเวลาทางพันธุกรรมของมันเอง ดังนั้นเมื่อนำสายพันธุ์นี้ไปข้ามสายพันธุ์กับสายพันธุ์อินดิก้าหรือสายพันธุ์ซาติว่า ผลที่ได้ก็จะมีแนวโน้มที่จะออกดอกแบบ autoflowering และมีปริมาณสาร CBD ที่สูงขึ้น

สายพันธุ์รูเดอราลิสยังค่อนข้างมีความทนทานต่อความเสียหายที่เกิดจากแมลงและโรค นอกจากนี้ประโยชน์ทางด้านพันธุกรรมกับทางด้านการแพทย์ของกัญชารูเดอราลิสยังทำการเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างสายพันธุ์ต่างๆ ของนักพันธุศาสตร์และบรีดเดอร์ที่เพาะเมล็ดพันธุ์อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นหนึ่งในพันธุกรรมหลักที่ถูกนำไปใช้น้อยที่สุดแต่ทำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมกัญชาอย่างรวดเร็ว

 

 

ที่มา https://medicalmarijuana.ca/patients/cannabis-varieties-2/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *