สาร CBD กับ โรคไมเกรน

การใช้น้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD กับอาการปวดศีรษะไมเกรนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากน้ำมันกัญชาเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและสามารถป้องกันอาการปวดศีรษะได้ แต่ว่าน้ำมันกัญชาช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้อย่างไร เรามาหาคำตอบในบทความนี้กันดีกว่า

โรคไมเกรนคืออะไร

อาการปวดศีรษะไมเกรนจัดว่าเป็นอาการปวดรุนแรงที่มีลักษณะอาการปวดตุบๆ เฉพาะจุดใดจุดหนึ่งบริเวณศีรษะ โดยจะมีอาการปวดศีรษะที่มักจะร่วมด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียนและความรู้สึกไวต่อแสงหรือเสียง โดย NIH รายงานว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกป่วยเป็นโรคไมเกรนและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงสามเท่า

โรคไมเกรนมักจะเกิดจากความเครียด, อาการนอนไม่หลับ, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน, แสงสว่างจ้า หรือแม้แต่กลิ่น ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หนึ่งในสามของผู้ป่วยโรคไมเกรนสามารถคาดการณ์อาการของพวกเขาได้โดยการเห็นแสงออร่าที่เป็นเหมือนสัญญาณบอกเหตุ แสงออร่าอาจจะมีลักษณะเหมือนแสงไฟกระพริบ, เส้นซิกแซก หรือการสูญเสียการมองเห็นชั่วขณะซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเช่นกัน

ระบบเอนโดรแคนนาบินอยด์เกี่ยวข้องกับโรคไมเกรนอย่างไร

กัญชาและทิงเจอร์ถูกใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะรวมถึงโรคไมเกรนมาเป็นเวลาหลายพันปี นั่นเป็นเพราะว่าระบบเอนโดรแคนนาบินอยด์ในร่างกายของเรามีบทบาทสำคัญกับผู้ป่วยโรคไมเกรน

ระบบเอนโดรแคนนาบินอยด์เป็นระบบการควบคุมที่ใหญ่ที่สุดที่ทำการควบคุมตั้งแต่ความเจ็บปวดไปจนถึงความอยากอาหาร โดยร่างกายทำการผลิตสารแคนนาบินอยด์ขึ้นเองและมีตัวรับสารแคนนาบินอยด์อยู่ในเกือบทุกเซลล์ในร่างกาย ซึ่งสารอะนันดาไมด์เป็นสารแคนนาบินอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองที่คล้ายกับสาร THC ในปี 2007 ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคไมเกรนมีระดับของสารอะนันดาไมด์ต่ำกว่าปกติ จึงทำให้นักวิจัยเชื่อว่าโรคไมเกรนเกิดจากความบกพร่องของระบบเอนโดรแคนนาบินอยด์

Dr. Ethan Russo ประสาทแพทย์และนักวิจัยด้านสารแคนนาบินอยด์ ใช้หลักฐานนี้ควบคู่กับงานวิจัยอื่นๆ ในการสร้างทฤษฎีความบกพร่องของเอนโดรแคนนาบินอยด์ (Clinical Endocannabinoid Deficiency) ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่างๆ รวมถึงโรคไมเกรนและโรคไฟโบรมัยอัลเจีย

อีกหนึ่งงานวิจัยในรัฐโคโลราโดที่ทำการวิจัยเมื่อปี 2016 มีผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยผลการวิจัยพบว่า การใช้กัญชาเป็นประจำช่วยลดความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนจาก 10.4 ครั้ง เหลือเพียง 4.6 ครั้งต่อเดือน นอกจากนี้ 11.6 เปอร์เซ็นต์ของผู้ถูกทดลองรายงานว่าการใช้กัญชาเป็นประจำสามารถยับยั้งอาการปวดศีรษะไมเกรนของพวกเขาได้อย่างสิ้นเชิง

สาร CBD มีผลอย่างไรต่อโรคไมเกรน

เนื่องจากโรคไมเกรนอาจจะมีสาเหตุมาจากความบกพร่องของระบบเอนโดรแคนนาบินอยด์ ดังนั้นจึงมีการใช้สาร CBD เป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันการกำเริบของโรคไมเกรน โดยการหยอดน้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD ลงในกาแฟเพื่อดื่มในตอนเช้า, การสูบ หรือ การ vape กัญชาสายพันธุ์ที่มีสาร CBD มาก หรือใช้วิธีอื่นในการบริโภคกัญชา

ผลการวิจัยในปี 2017 แสดงให้เห็นว่ากัญชาเป็นการรักษาโรคไมเกรนที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายารักษาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์ ผู้ถูกทดลองในการศึกษาวิจัยนี้ได้รับสาร THC และสาร CBD ในการรักษาโรคไมเกรนทุกวันเป็นเวลาสามเดือน โดยพวกเขามีอาการปวดศีรษะลดลงถึง 55 เปอร์เซ็นต์และการบรรเทาอาการปวดจากสารเหล่านี้ยังมีประสิทธิภาพมากกว่ายารักษาโรคไมเกรนหรือยาแก้ปวดทั่วไป นอกจากนี้ผู้ที่ใช้สาร THC และสาร CBD ในการรักษาโรคไมเกรนยังมีผลข้างเคียงอย่างอาการปวดท้องและอาการปวดกล้ามเนื้อน้อยกว่าการใช้ยารักษาทั่วไป

ผลการวิจัยในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2015 ได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน โดย Care By Design ทำการสำรวจผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์และพบว่าสาร CBD สามารถลดอาการปวดศีรษะโรคไมเกรนลงได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของกรณีทั้งหมด ทั้งนี้พวกเขายังพบว่าสาร CBD สามารถช่วยบรรเทาอาการป่วยต่างๆ ลดลงได้โดยเฉลี่ย 50 เปอร์เซ็นต์

วิธีใช้สาร CBD กับโรคไมเกรน

การใช้น้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD เป็นประจำทุกวันสามารถป้องกันการกำเริบของโรคไมเกรนได้ เนื่องจากสาร CBD สามารถช่วยบรรเทาหลายๆ อาการที่เป็นตัวกระตุ้นโรคไมเกรนอย่าง ความเครียด, ความวิตกกังวล และอาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้สาร CBD ยังป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนได้, ช่วยลดความรุนแรง และความถี่ของอาการลงได้อีกด้วย

สาร CBD สามารถใช้เมื่อผู้ป่วยเริ่มรู้สึกถึงอาการปวดศีรษะไมเกรน ทั้งยังมีผู้ป่วยโรคไมเกรนจำนวนมากที่รายงานว่า พวกเขาใช้วิธีการหยอดยาใต้ลิ้น, การ vape หรือ การสูบกัญชาสายพันธุ์ที่มีระดับสาร CBD สูงเมื่อเริ่มรู้สึกถึงอาการปวดศีรษะไมเกรน

การใช้สาร CBD ในการรักษาโรคไมเกรนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

การใช้สาร CBD ในการรักษาโรคไมเกรนไม่เพียงแค่มีประสิทธิภาพมากกว่ายารักษาทั่วไปแต่ยังมีความปลอดภัยมากกว่า แม้ว่าจะมียารักษาที่หาซื้อได้ตายร้านขายยาทั่วไปและยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์ที่สามารถใช้รักษาโรคไมเกรนได้ แต่ยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงและไม่เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว ตัวอย่างเช่น มีหลายคนที่ใช้ยา NSAID ผสมกับคาเฟอีนอย่าง Excedrin เพื่อใช้ในการรักษาโรคไมเกรน แต่ยาเหล่านี้ไม่สามารถช่วยป้องกันโรคไมเกรนได้และอาจทำให้หัวใจ, ตับ และกระเพาะอาหารมีปัญหาได้หากใช้เป็นประจำ

สำหรับบางคนที่ใช้สารโอปิออยด์อย่าง OxyContin อาจจะทำให้มีอาการเสพติดยาแก้ปวดที่มีสารโอปิออยด์ได้ ซึ่งไม่คุ้มค่าหากต้องเสี่ยงกับการเสพติด, การถอนยา หรือการเสียชีวิตจากการให้ยาเกินขนาด

ยังมียารักษาโรคไมเกรนตัวอื่นอย่าง Ergotamines และ Triptans อย่างไรก็ตามยา Ergotamines สามารถทำให้เกิดอาการหัวใจวาย, โรคหลอดเลือดสมอง, ความผิดปกติแต่กำเนิด และ อาการป่วยที่เกิดจากสารพิษได้หากใช้ยานี้ร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือ ยาต้านเชื้อรา ส่วนยา Triptans ก็มีผลข้างเคียงที่น่ากลัวเช่นเดียวกัน รวมถึงยังมีอาการเวียนศีรษะ, อาเจียน, อาการเซื่องซึมรุนแรง, อาการแน่นหน้าอก และอาการปวดศีรษะไมเกรน เนื่องด้วยผลข้างเคียงเหล่านี้จึงทำให้จำนวนสองในสามของผู้ป่วยโรคไมเกรนหลีกเลี่ยงการใช้ยารักษาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์

การใช้สาร CBD ในการรักษาโรคไมเกรนถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนมากมาย ดังนั้นคุณสามารถแนะนำสาร CBD ให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวที่กำลังป่วยเป็นโรคไมเกรนได้ และอย่าลืมว่าสาร CBD ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท

ที่มา https://herb.co/guides/cbd-for-migraines-cbd-oil-headaches/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *